การเตรียมข้อมูลสำหรับ หน้า “จัดส่งสินค้า” (Shipping Information) บนเว็บไซต์ขายสินค้า ควรทำให้ลูกค้าทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดส่ง ช่วยลดคำถามที่พบบ่อย และเพิ่มความมั่นใจในการสั่งซื้อ
1. ช่องทางการจัดส่งที่รองรับ
📌 แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้าส่งสินค้าผ่านช่องทางใดบ้าง เช่น
✅ บริษัทขนส่งเอกชน – เช่น Kerry Express, Flash Express, J&T Express, DHL ฯลฯ
✅ ไปรษณีย์ไทย – แบบลงทะเบียน, EMS
✅ ขนส่งภายในวัน (Same-day Delivery) – ผ่าน Grab, Lalamove ฯลฯ
✅ บริการขนส่งเฉพาะสำหรับสินค้าขนาดใหญ่ – เช่น เฟอร์นิเจอร์ ใช้ขนส่งเฉพาะ
2. ระยะเวลาการจัดส่ง
📌 ระบุเวลาที่คาดว่าจะได้รับสินค้า เช่น
🚚 กรุงเทพฯ และปริมณฑล – จัดส่งภายใน 1-3 วันทำการ
🚛 ต่างจังหวัด – ใช้เวลา 2-5 วันทำการ
✈ ส่งต่างประเทศ – แจ้งระยะเวลาคร่าว ๆ ตามประเทศปลายทาง
💡 หมายเหตุ: ระยะเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามวันหยุดและสถานการณ์พิเศษ
3. ค่าจัดส่ง
📌 ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าขนส่ง เช่น
✅ จัดส่งฟรี – เช่น “ส่งฟรีเมื่อสั่งซื้อครบ 1,000 บาท”
✅ อัตราค่าจัดส่งมาตรฐาน –
- ไปรษณีย์ไทยลงทะเบียน: 40 บาท
- Kerry Express / Flash Express: 50 บาท
- Same-day Delivery (ภายในวัน): คิดตามระยะทาง
✅ ค่าส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) – มีค่าธรรมเนียมหรือไม่?
4. วิธีติดตามพัสดุ
📌 แจ้งลูกค้าว่าจะติดตามสินค้าของตนเองได้อย่างไร
✅ หลังจากส่งสินค้าแล้ว ลูกค้าจะได้รับ หมายเลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) ผ่าน SMS หรืออีเมล
✅ สามารถตรวจสอบสถานะได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทขนส่ง
💡 แนะนำให้เพิ่มปุ่มลิงก์ไปยังหน้าเช็กสถานะของบริษัทขนส่ง เช่น “ติดตามพัสดุ Kerry” “ติดตามพัสดุ Flash Express”
5. เงื่อนไขและข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดส่ง
📌 อธิบายให้ลูกค้าทราบถึงข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น
✅ กรณีที่ขนส่งล่าช้า – ร้านค้าไม่สามารถรับผิดชอบความล่าช้าที่เกิดจากบริษัทขนส่งได้
✅ กรณีสินค้าสูญหาย / ชำรุดระหว่างขนส่ง – มีนโยบายชดเชยอย่างไร?
✅ เปลี่ยนที่อยู่หลังสั่งซื้อแล้วได้หรือไม่?
6. คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการจัดส่ง
💬 สั่งแล้วจะได้รับสินค้าภายในกี่วัน?
💬 มีบริการจัดส่งด่วน (Same-day) ไหม?
💬 ส่งต่างประเทศหรือไม่?
💬 สามารถมารับสินค้าด้วยตัวเองได้หรือไม่?
💡 เคล็ดลับ
✔ ใช้ ภาษาที่กระชับ ชัดเจน
✔ เพิ่ม ไอคอน / โลโก้ของบริษัทขนส่ง เพื่อให้ดูง่ายขึ้น
✔ หากมีโปรโมชั่นจัดส่งฟรี ให้ เน้นข้อความหรือทำแบนเนอร์ เพื่อดึงดูดลูกค้า
