ooiweb.com รับทำเว็บไซต์ ติดต่อ 091-526-5156 เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท ทำเว็บไซต์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ ooiweb.comช่วยคุณได้



วิเคราะห์การขนส่ง ลดต้นทุน ขยายผลกำไร

การขนส่งสินค้าถือว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงในการประกอบธุรกิจ เนื่องจากการขนส่ง และการกระจายสินค้าเป็นกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ที่มีสัดส่วนต้นทุนสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกิจกรรมอื่

1. ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) เป็นต้นทุนที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการขนส่ง 
 
โดยต้นทุนชนิดนี้ยังคงต้องจ่าย ไม่ว่าปริมาณงานจะเพิ่มขึ้น หรือลดลง เช่น ค่าที่จอดรถ ค่าภาษีรถบรรทุก 
 
2. ต้นทุนผันแปร (Variable Costs) คือ ค่าใช้จ่ายที่เป็นไปตามปริมาณการขนส่ง 
 
เช่นระยะทางในการขนส่งไกล หรือมีการขนส่งในปริมาณมาก ๆ จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น หรือลดลงตามไปด้วย
 
3. ต้นทุนรวม (Total cost) เป็นต้นทุนที่รวมต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปรไว้ด้วยกัน 
 
รวมถึงต้นทุนเที่ยวกลับด้วย (Backhauling cost) ถือเป็นต้นทุนการบริการขนส่งทั้งหมด 
 
     ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการขนส่งมีความสำคัญต่อธุรกิจเกือบทุกประเภท ทั้งในส่วนการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ การผลิต การขาย และการจัดจำหน่าย ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งคงหนีไม่พ้นเรื่องของพลังงานน้ำมัน ซึ่งมีการผันผวนขึ้นลง จนกลายเป็นภาระที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับมาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อลดต้นทุนในการขนส่งผู้ประกอบการจึงต้องวางแผนเพื่อกำหนดกลยุทธ์ ต่าง ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง พร้อมกับการลดต้นทุน เพื่อให้ผลกำไรของคุณนั้นงอกงามขึ้น 
     เริ่มจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการขนส่งของคุณคืออะไร?
 
ระยะทาง 
 
     ระยะทางเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากต่อต้นการขนส่งเนื่องจากมีความเกี่ยว เนื่องหลายประการ ทั้งด้านต้นทุนค่าแรงงาน (คนขับรถ) ค่าเชื้อเพลิง และการบำรุงรักษา เรียกว่าเป็นต้นทุนผันแปร ระยะใกล้ ไกล มีต้นทุนที่ต่างกัน ผู้ประกอบการหลายท่าน ใช้วิธี เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซล หรือเบนซิน เป็นพลังงานทางเลือกอื่น ๆ อาทิ ไบโอดีเซล และก๊าซ CNG ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ ประหยัดได้มากกว่า แต่ในการตัดสินใจติดตั้งระบบ NGV นั้น ผู้ประกอบการควรมีการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน เพราะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และสิ่งที่ต้องคิดมากกว่านั้นคือผลตอบแทนจากการลงทุนคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด และหากผู้ประกอบการยังยืนยันในการใช้น้ำมัน จะดีกว่ามั๊ยหากคุณเติมน้ำมัน แล้วได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าน้ำมันหลายธุรกิจนิยมใช้บัตรสะสมแต้ม ซึ่งก็มักจะให้สิทธิประโยชน์มากมายแก่ผู้สมัคร สำหรับธุรกิจน้ำมันก็มีการสะสมแต้มจากการเติมน้ำมันเช่นกัน ขอยกตัวอย่างบัตรพีที แมกซ์ซึ่งเป็นบัตรสะสมแต้มโดยปั๊มน้ำมันPT เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายท่านต้องเคยใช้บริการปั๊มนี้ เพราะเป็นปั๊มน้ำมันที่มีพื้นบริการที่มากเพียงพอสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ อีกทั้งมีปั้มให้บริการกว่า 1,000 ปั๊ม ทั่วประเทศ
 
     บัตรพีที แมกซ์ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องมีการขนส่ง หรือเดินทาง หากคุณเป็นผู้ใช้รถยนต์ และถ้ายิ่งเติมน้ำมันดีเซลเป็นหลัก บัตรนี้ก็เหมาะกับคุณ เพราะเติมน้ำมันทุกประเภท ทุก 1 ลิตร รับ 1 แต้ม เป็นบัตรสะสมแต้มจากการเติมน้ำมันแห่งเดียวที่ให้แต้มไว สำหรับแต้มที่สะสมนั้นสามารถนำไปแลกของวัลได้เช่น บัตรส่วนลดเติมน้ำมัน, ทีวี, ไมโครเวฟ, วิทยุ หรือแม้กระทั่ง ทองคำมูลค่า 20,000 บาท และ 10,000 บาท เป็นต้น และในตอนนี้บัตรพีที แมกซ์ จัดกิจกรรมพิเศษให้กับสมาชิกด้วยการเติมน้ำมัน รับแต้ม x2 พร้อมรับเพิ่ม 120 แต้ม  โดยมีขั้นตอนในการรับสิทธิ์ง่ายๆ 3 ขั้นตอนคือ
 
1.สมัครสมาชิกใหม่ผ่านทาง www.ptmaxcard.com เท่านั้น แถมยังเป็นการสมัครฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
 
2.รับบัตรสมาชิกได้ที่ปั้มน้ำมันพีที ใกล้บ้านท่าน โดยหลังจากสมัครผ่านเวบไซต์เสร็จก็สามารถไปรับบัตรสมาชิกได้ทันที
 
3.เติมน้ำมันพีที ก็รับสิทธิพิเศษได้เลย

ส่วนสมาชิกปัจจุบันก็ได้รับสิทธิ์ด้วย เพียงเข้าไปตรวจสอบข้อมูลผ่านเวบไซต์ www.ptmaxcard.com เสร็จแล้ว เมื่อเติมน้ำมันพีทีก็จะได้รับสิทธิ์นี้เช่นกัน

     เรียกได้ว่าบัตรพีที แมกซ์ เป็นบัตรสะสมแต้มจากการเติมน้ำมันบัตรเดียว ที่ให้แต้มเร็ว ทำให้แลกของรางวัลได้ไว “เปรียบเสมือนจ่ายเงินจากกระเป๋าซ้ายแต่ได้รับเงินคืนเข้ากระเป๋าขวา”

 
     ความหนาแน่น ความหนาแน่นในการขนส่งสินค้าคือน้ำหนัก และพื้นที่โดยทั่วไปจะคิดค่าขนส่งตามน้ำหนัก ใช้ค่าหน่วยวัดเป็น “ตัน” แต่เนื่องจากการบรรทุกสินค้ามีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ด้วย ถึงแม้สินค้าที่บรรทุกจะมีน้ำหนักเบา ไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด แต่อัดแน่นจนเกินพื้นที่การบรรจุสินค้า ก็ไม่สามารถทำได้ดังนั้นผู้ประกอบการต้องบริหารพื้นที่ในการขนส่ง โดยต้องคำนึงถึงตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในรูปแบบที่จัดเรียงง่าย และไม่กินพื้นที่การจัดส่ง การบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อสินค้า หากเป็นผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ สิ่งที่ควรทำคือการทำประกันสินค้า เพื่อลดปัญหาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเน่าเปื่อย 
 
สินค้าหายไป หรือเกิดความเสียหายในด้านต่าง ๆ แต่ก็นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ในส่วนนี้คือสิ่งที่จะสามารถช่วยผู้ประกอบการได้หากเกิดความเสียหายแก่ สินค้าในกรณีใด ๆ ก็ตาม 
 
     นับว่าเป็นต้นทุนที่ควรยอมเสียไปกลยุทธ์การขนส่งสินค้า ทั้งเที่ยวไปและกลับคือการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งด้วยการลดการวิ่งเที่ยว เปล่า(Backhauling management) เพราะการขนส่งโดยทั่วไปมักส่งสินค้าเสร็จ แล้วตีวิ่งรถเที่ยวเปล่ากลับมา ซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นผู้ประกอบการควรที่จะทำการบรรทุกสินค้าทั้งไปและกลับให้เกิดความ สมดุลเห็นได้ว่าต้นทุนในการขนส่งนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ หลายปัจจัย ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในหลาย ๆ ด้านประกอบกัน เพื่อให้สามารถลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งขยายผลกำไรให้ได้อย่างงอกงาม

 



บทความอื่นๆ