ooiweb.com รับทำเว็บไซต์ ติดต่อ 091-526-5156 เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท ทำเว็บไซต์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ ooiweb.comช่วยคุณได้



ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา กับการลงทุน “อสังหาฯ ไม่บาน”

ในการลงทุน “อสังหาฯ ไม่บาน” ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านจัดสรร บ้านดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ โฮมออฟฟิศ มินิอพาร์ทเม้นท์ อพาร์ทเม้นท์ เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ บูทิคอพาร์ทเม้นท์ บูทิคโฮเทล โรงแ

ท่านผู้อ่านก็ลองเอาแนวคิดของผมนี้นำมาประยุกต์ใช้โดยไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่ประการใด ก็น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ ดังที่ทราบกันดีครับว่าเก้าอี้นั้นถ้าจะมั่นคงได้ดีก็ต้องมี 4 ขา หากขาใดขาหนึ่งขาดหายไปก็คงไม่มีความแข็งแรง เวลานั่งอาจจะล้มคว่ำคะมำหงายเอาได้ง่ายๆ

เก้าอี้ขาที่ 1 ของผม หมายถึงเจ้าของอาคารที่กำลังทำหน้าที่ผู้ลงทุน ควรที่จะต้องศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ว่าควรจะลงทุนเท่าไร อย่างไร จึงจะพอเหมาะพอดี พอเพียง จะต้องไม่ลงทุนมากเกินไปจนเกินความสามารถของตัวเอง หรือลงทุนน้อยเกินไป เพราะประเมินศักยภาพตัวเองต่ำเกินไป ซึ่งก็ไม่ดีทั้งคู่ครับ

 

นักลงทุนจะต้องรู้ว่าเมื่อลงทุนไปแล้วตัวเองจะได้อะไร ได้อาคารขนาดไหน ประเภทไหน มีจำนวนห้องกี่ห้อง และควรจะให้เช่าห้องละเท่าไร จะต้องมีความพอเหมาะพอดี พอเพียง ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปกว่านี้

 

สำหรับเก้าอี้ขาที่ 2 ของผมคือ นักออกแบบ อันประกอบไปด้วย สถาปนิก วิศวกรในแขนงต่างๆ พอได้รับโจทย์จากเก้าอี้ขาที่ 1 ก็จะต้องทุ่มเทสรรพกำลังความรู้ความสามารถในการออกแบบอาคารที่ง่ายแต่งดงาม พอเพียง สวยทน สวยทาน สวยนาน เป็นอาคารที่สมบูรณ์ถึงพร้อมทั้งความสวย ประหยัด ดูดีมีชาติตระกูล ทั้งยังต้องมีความงามแบบร่วมสมัยที่ไม่ตกยุคสมัย

 

ในความเห็นของผมเชื่อว่า อาคารหลังหนึ่งนั้นควรที่จะมีอายุใช้งานได้อย่างน้อย 50-60 ปีขึ้นไป หรืออาจจะมีอายุยืนยาวมากกว่านั้นเป็น 100 ปี ถ้ามีการทะนุบำรุงดูแลรักษาเป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็ส่งลูกต่อไปยังเก้าอี้ขาต่อไป

 

เก้าอี้ขาที่ 3 ของผมคือ ผู้รับเหมาก่อสร้างรวมไปถึงผู้บริหารการก่อสร้าง ซึ่งต้องทำการประเมินว่า จะดำเนินการก่อสร้างอย่างไรให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และงบประมาณต้องไม่บานปลาย อีกทั้งยังได้อาคารที่มีคุณภาพสมราคา หลังจากนั้นก็ส่งต่อไปที่

 

เก้าอี้ขาที่ 4 ของผมคือ ผู้ที่จะต้องเข้ามาบริหารการขาย การตลาด รวมทั้งบริหารอาคารเมื่อทำการก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งบทบาทและหน้าที่จะครอบคลุมไปจนถึงการวางระบบบัญชี ภาษี สัญญาเช่าต่างๆ ตลอดจนการบริหารอาคารและการทะนุบำรุงซ่อมแซมดูแลความสะอาดเรียบร้อย รวมไปจนถึงการทำตลาดในเชิงรุกตลอดไปจนถึงการขาย

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า กว่าจะดำเนินการให้ครบทั้ง 4 ขาของเก้าอี้ของผมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ครับ

ผมมักจะพูดเสมอว่า “หากกระดุมเม็ดแรกกลัดผิด ต่อให้ตั้งใจจะกลัดกระดุมเม็ดต่อไปสักเพียงใด ก็จะกลัดผิดทั้งหมด” ดังนั้นหากเริ่มต้นที่เก้าอี้ขาที่ 1 นักลงทุนศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) รวมทั้งวิเคราะห์รายละเอียดของโครงการผิด วิเคราะห์ทำเลที่ตั้งผิด วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายผิด ก็จะผิดทั้งหมด

 

พอส่งลูกต่อมาที่เก้าอี้ขาที่ 2 เพื่อทำการออกแบบก็จะผิดทั้งหมด หรือถ้าวิเคราะห์โครงการดีแล้วออกแบบอาคารดีแล้ว พอส่งต่อมาถึงเก้าอี้ขาที่ 3 เพื่อดำเนินการก่อสร้างหากดำเนินการก่อสร้างผิดพลาด ขาดความสวยงามในด้านสถาปัตยกรรมและขาดความมั่นคงแข็งแรงทั้งในด้านวิศวกรรมก็จะทำให้อาคารนั้นด้อยทั้งความงามและคุณภาพ

 

หรือแม้แต่เก้าอี้ขาที่ 1 2 และ 3 ทำดีแล้วได้อาคารที่สวยสดงดงาม มีความมั่นคงแข็งแรงดีแล้ว แต่เก้าอี้ขาที่ 4 คือการตลาด การขาย และการบริหารจัดการผิด ก็จะผิดอีกเช่นกัน ดังนั้น “แนวคิดทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” ของผมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ

 

ในทุกครั้งที่ผมคิดจะลงทุนใน “อสังหาฯ ไม่บาน” ทุกโครงการของผมก็ได้ใช้ “ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา” นี้แหละครับเป็นการแสวงหา “ความสมดุล” บน “ความพอเพียง” ในทุกมิติซึ่งส่งผลให้สามารถลดความเสี่ยงในการลงทุนในยุคเศรษฐกิจที่เปราะบางและอ่อนไหวกับการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้

 

แต่ในการทำงานภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าวนี้ ทั้งเจ้าของโครงการไปจนถึงสถาปนิกและวิศวกรตลอดจนบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานกันอย่างหนัก เพราะจะต้องทำการศึกษา เปรียบเทียบอาคารในรูปแบบต่างๆ หลากหลายรูปแบบที่จะทำการก่อสร้างขึ้นบนที่ดินผืนเดียวกัน

 

จากการที่ผมใช้ทฤษฎีเก้าอี้ 4 ขา จึงได้เกิดเป็นอาคารรูปแบบต่างๆ ที่มีความเหมาะสมแต่ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่า อาคารรูปแบบใด ประเภทใด จะมีความเหมาะสมหรือไม่ มีจุดดี จุดด้อยประการใด เพื่อเป็นการศึกษาเปรียบเทียบ (Comparative Study) เฟ้นหาจุดดีที่สุดแล้วนำมาพัฒนาให้เป็นอาคารที่มีความเหมาะสมที่สุด

 

ก็ใช้หลักที่มองต่างมุมของขาทั้ง 4 ของเก้าอี้นี่แหละครับเป็นเครื่องตัดสิน

 



บทความอื่นๆ