ooiweb.com รับทำเว็บไซต์ ติดต่อ 091-526-5156 เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท ทำเว็บไซต์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ ooiweb.comช่วยคุณได้



Helpling สงครามเมด สมรภูมิสะอาดออนไลน์ในสิงคโปร์

อินเทอร์เน็ตสัญชาติเยอรมัน “Rocket Internet“ บุกเข้ามาในประเทศอย่างรวดเร็วส่งผลให้เว็บไซต์ Helpling ที่เปิดตัวในสิงคโปร์เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก็สามารถซื้อเว็บไซต์คู่แข่งท้องถิ่นอย่าง Spickify ไปเป็นที่เร

Hoe Yeen Teck ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Spickify จะร่วมงานกับ Helpling ในฐานะผู้จัดการประจำสิงคโปร์ ถึงแม้จะย้ายทีมงานทั้งหมดมาร่วมงานด้วย แต่ผู้ร่วมก่อตั้งอีกสามคน Steven Chan, Akmal bin Abdul Rahman และ Soon Yin Jie นั้นไม่ได้ตามมาด้วย เพราะพวกเขาจะโฟกัสเรื่องเทคนิคของ Spickify แทน ส่วน Helpling ก็มีทีมพัฒนาการทำงานเป็นของตัวเองอยู่แล้ว

จากการรวมตัวกันนี้ Helpling จะกลายเป็นผู้ให้บริการด้านครัวเรือนที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์เพราะมีผู้ให้บริการด้านความสะอาดมากถึง 150 รายอยู่ในแพลตฟอร์ม เมื่อ Spickify เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ปี 2014 อัตราการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องราวๆ ร้อยละ 20 ถึง 30 ต่อสัปดาห์

 

การนัดหมายเพื่อขอรับบริการทำความสะอาดเต็มแน่นในทุกช่วงเวลาและพื้นที่ให้บริการ นับเป็นการเริ่มต้นที่น่ายินดีสำหรับธุรกิจเพื่อชุมชนที่เพิ่งเปิดตัว

 

“ความคิดแรกเริ่มเกิดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มีรายได้น้อยที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับลูกค้าในคอนโดที่ต้องการบริการทำความสะอาดได้มาพบเจอกัน” Hoe เล่า

 

“การให้บริการกับชุมชนในท้องถิ่นครั้งแรกค่อนข้างประสบความสำเร็จ เราจึงตัดสินใจที่จะยกระดับออกไปทั่วประเทศผลการวิจัยก็สนับสนุนการทำงานของเรา เราเองไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับดีอย่างนี้”

 

นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมาก็พบว่ามีความต้องการใช้บริการ Helpling ในสิงคโปร์สูงด้วยเช่นกัน ดูได้จากยอดจองและงานที่ปิดจ๊อบไปแล้วที่มีเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า นับเป็นยอดที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ

ธุรกิจเกิดเพราะแก้ปัญหา

Spickify เกิดขึ้นเมื่อ Hoe มีประสบการณ์เชิงลบในการหาบริการทำความสะอาดแบบชั่วคราวเมื่อสองปีที่แล้ว เขาต้องเจอกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความยุ่งยากเป็นปกติ” เช่น ต้องไล่ล่าข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและขอข้อมูล
อ้างอิงจากเพื่อนๆ ทุกคนที่มีรายชื่ออยู่ในโทรศัพท์

 

ท้ายที่สุด Hoe ก็ได้โทรไปที่ “ตัวแทน” ไม่กี่แห่ง เพื่อที่จะจ่ายค่าบริการ 150 เหรียญสิงคโปร์ หรือราวๆ 108 ดอลลาร์สหรัฐให้กับแรงงานทำความสะอาดที่ผิดกฎหมาย

 

สองปีที่แล้ว Hoe ไม่เพียงแต่มองเห็นความต้องการใช้บริการทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นนี้ เขายังตระหนักอีกด้วยว่า Spickify สามารถสร้างงานให้กับชาวบ้านที่กำลังมองหางานที่มีเวลาทำงานยืดหยุ่นได้

 

“เราเชื่อว่ามีปัจเจกบุคคลจำนวนมากที่ไม่ต้องการทำงานประจำ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะพวกเขาต้องการทำงานพาร์ทไทม์ หรือทำงานตามเวลาที่สะดวกต่อการนัดหมาย” Hoe อธิบาย

ความเชี่ยวชาญตลาดท้องถิ่นในประเทศของ Spickify ถูกนำไปใช้ดำเนินธุรกิจ Helpling ในสิงคโปร์ อย่างที่ทราบกันดีแม่บ้านที่ทำงานประจำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของสิงคโปร์ ข้อมูลจาก Hoe แสดงให้เห็นว่า หนึ่งในเจ็ดของครัวเรือนในสิงคโปร์จ้างแม่บ้านแบบให้ที่พักอาศัย ส่วนอีกหกครัวเรือนยังคงต้องค้นหาวิธีจัดการกับความสะอาดของพวกเขาต่อไป

 

“หลายคนอาจจะทำความสะอาดเอง แต่จากตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นพบว่า ครัวเรือนขนาดเล็กต้องการจ้างคนทำความสะอาดแบบพาร์ทไทม์ ครอบครัวขนาดเล็กในสิงคโปร์โปรดปรานตัวเลือกดังกล่าวมาก เพราะการจ้างแม่บ้านเต็มเวลาที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านด้วยนั้น มีราคาสูงกว่าการจ้างแม่บ้านพาร์ทไทม์ นอกจากนี้ ครอบครัวขนาดเล็กยังต้องการความเป็นส่วนตัวด้วย”

 

Hoe เล่าถึงความต้องการแม่บ้านในสิงคโปร์ และเขาก็รู้สึกว่ารูปแบบธุรกิจ On-Demand จะแซงหน้าธุรกิจดั้งเดิมอย่างที่เกิดขึ้นกับหลายๆ บริษัทในอุตสาหกรรมการให้บริการแท็กซี่ เช่น GrabTaxi และ Uber เป็นต้น

 

“สิบปีที่ผ่านมาไม่มีใครคิดว่าจะสามารถซื้อรองเท้าออนไลน์ได้ วันนี้ Helpling พยายามที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมการให้บริการในครัวเรือน โดยนำข้อดีของการทำธุรกิจแบบดิจิตอลมาใส่ไว้ในอุตสาหกรรม” เขาอธิบาย

 

โจมตีคู่แข่งด้วยเงินประกัน

Helpling มีนโยบายการประกันภัยความรับผิด (Liability Insurance) ที่มีมูลค่าสูงถึงหนึ่งล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 720,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ Helpling เป็นผู้ให้บริการด้านความสะอาดเพียงเจ้าเดียวในสิงคโปร์ที่ใช้ นโยบายที่ได้รับมาจาก Spickify นี้

 

“การเพิ่มระดับความคุ้มครองนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าและผู้ให้บริการด้านความสะอาดเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นและปลอดภัย” ความเสียหายของทรัพย์สินทั้งจากอุบัติเหตุหรือถูกขโมย ซึ่ง Hoe บอกว่าแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย ก็จะได้รับการคุ้มครองภายใต้นโยบายนี้ด้วย

 

ผู้ให้บริการด้านความสะอาดทั้งหมดจะต้องผ่านการสัมภาษณ์และประเมินจากบุคลากรของ Helpling เพื่อรักษามาตรฐานด้วยการใช้ “ระบบการประเมินผลอย่างครอบคลุมที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการด้านความสะอาดใน 12 ประเทศ

สำหรับค่าบริการคิดเป็นอัตราเดียว นั่นคือ 20 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 14 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่ง Hoe บอกว่านี่เป็นอัตราที่ต่ำกว่าตลาด

 

“มีบางบริการที่อ้างว่าให้บริการเทียบเท่ากับเราและคิดราคาถูกกว่า แต่บ่อยครั้งคุณจะได้รับบริการที่ต่ำกว่ามาตรฐานหรือเป็นบริการที่ผิดกฎหมาย หรืออาจต้องจ่ายให้กับค่าบริการบางอย่างที่ไม่เปิดเผย” เขาอ้าง “ที่สำคัญลูกค้าจ่ายค่าทำความสะอาดน้อยว่าสิ่งที่จะได้รับจากผู้ให้บริการทำความสะอาดที่ทำงานกับเรา”

 

ในเร็วๆ นี้ Helpling อาจเห็นคู่แข่งแบรนด์ใหม่จากแดนเหนือ ผู้ให้บริการ “สัญชาติมาเลเซีย” ที่ชื่อ Kaodim เข้ามาในสิงคโปร์ ข่าวการระดมทุนได้ราว 550,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมุ่งมั่นที่จะขยายไปสู่ส่วนอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต แม้ตอนนี้ Kaodim ยังเน้นตลาดในประเทศของพวกเขาอยู่ ทำให้ Helpling ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน

 

เรียบเรียงจาก www.techinasia.com

 



บทความอื่นๆ

เอ.พี.ฟาร์ม่า

แบงค์กรุงเทพ เตรียมเปิดสาขาใหม่ ในพม่าแล้ว พร้อมให้บริการแบบครบวงจร

บสย. บุกเมืองชล!! จัดสัมมนาช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME พร้อมร่วมเสวนาเรื่องสินเชื่อ

Smart SME EXPO 2015 พีเพิลมีเดีย กรุ๊ป รวมสุดยอดโอกาส SME

กระแสการปั่นจักรยาน สร้างผลดีต่อตลาดสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้านักปั่นในอิตาลี

คู่มือเตรียมความพร้อมทำธุรกิจส่วนตัว (Quit Your Job, Follow Your Dream)

กสิกรไทย จับมือ หอการค้าโอซาก้า พร้อมหนุนธุรกิจ SME ไทย-ญี่ปุ่น

The Smart Chef Challenge 2015 ค้นหาสุดยอดเชฟอาหารไทย 4 ภาค เวทีสำหรับคนชอบแสดงฝีมือปลายจวัก

หอการค้าไทย บุกเมืองจันทบูร จัดสัมมนา SMEs...วิธีทำเงิน ครั้งที่ 15

วิเคราะห์การขนส่ง ลดต้นทุน ขยายผลกำไร