ooiweb.com รับทำเว็บไซต์ ติดต่อ 091-526-5156 เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท ทำเว็บไซต์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ ooiweb.comช่วยคุณได้



ซุ่นฮวด ขนมครกเข้าคิว “อร่อยบวกโบราณ” มนต์เรียกเงิน

นิวัติ และ อัจฉรา สาลีผล สองสามีภรรยาเจ้าของธุรกิจ นั่งหยอดขนมครกขายอยู่หน้าเตาหน้าตาแปลกๆ อย่างขะมักเขม้น ส่วนด้านข้างเป็นที่จอดของรถตุ๊กตุ๊กโบราณสีเขียว พาหนะที่ขนอุปกรณ์ข้าวของต่างๆ มาขาย เมื่อมาถึ

นิวัติและอัจฉราเล่าว่า อาชีพขายขนมครกของพวกเขาสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 60 ปี โดยได้สูตรขนมครกจากรุ่นคุณทวด ตกทอดมาถึงรุ่นที่ 4 ก็คือรุ่นพวกเขาที่เปิดร้านขายขนมครกครั้งแรกบนถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นย่านของกินเก่าแก่เลื่องชื่อของกรุงเทพฯ

 

ต่อมาได้ย้ายทำเลมายังตลาดรถไฟยุคแรก ข้างสวนจตุจักรเมื่อ 6 ปีก่อน ขณะที่ปัจจุบันนอกจากขายที่ “ตลาดนัดรถโบราณ” ถนนเกษตร-นวมินทร์แล้ว พวกเขายังขายประจำอยู่ที่ “ตลาดชุมทางสยามยิปซี” ย่านบางซ่อน และ “ตลาดพีระมิด” ถนนเกษตร-นวมินทร์ ด้วย

 

ขึ้นป้ายว่าขายขนมครก อาจแลดูไม่มีความพิเศษอะไร เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาขนม ก็ละม้ายคล้ายคลึงกับขนมครกใบเตยที่เคยเห็นกันทั่วไป ความแตกต่างก็มีเพียง “ขนาด” ของขนมครกที่เล็กจิ๋ว ที่บางครั้งก็ดูไม่เป็นรูปทรง

ทว่าเมื่อสืบสาวราวเรื่องลงไปแล้ว พบว่า “ซุ่นฮวด” เป็นแบรนด์ขนมครกใบเตย ที่มีทั้งความเก่า และ “เก๋า” อย่างไม่ธรรมดาเลย

 

“การผสมแป้ง เราใช้แป้งรวมกันถึง 4 ชนิด เพื่อให้ได้สูตรที่สามารถหยอดลงไปในกระทะแล้วทำให้ขนมสุกได้ทันตามเวลา ในแต่ละวันเราใช้แป้งประมาณ 28-30 กิโลกรัม โดยตั้งเตาขายทั้งหมด 4 เตาด้วยกัน และจะกำหนดความแรงของแก๊สให้สัมพันธ์กับระยะเวลาที่ขนมสุก เราจะทำการหยอดแป้งที่ผสมเสร็จใส่แต่ละกระทะสลับกันไป เรียงจากซ้ายไปขวา โดยจะหยอดกระทะละ 10 หลุม จากทั้งหมด 12 หลุม เพื่อให้ได้จำนวนที่ง่ายต่อการขาย ซึ่งปกติเราจะขาย 10 ชิ้น ต่อ 1 กล่อง” อัจฉราเผยเคล็ดลับขณะที่มือยังระวิงอยู่ที่หน้าเตา

 

สำหรับขนมครกใบเตยจิ๋วที่สุกเรียบร้อยแล้วนั้น เมื่อจิ้มขึ้นมาจากระทะจะมีลักษณะติดกันเป็นแพ ซึ่งเป็นความตั้งใจที่เกิดจากการใช้ช้อนตักแป้งหยอดของอัจฉรา แตกต่างจากพ่อค้าแม่ค้าขนมครกทั่วไปที่นิยมใช้กาน้ำเป็นภาชนะในการหยอดแป้ง

 

แม้ว่าขนมครก “ซุ่นฮวด” จะไม่ได้ออกมาเป็นชิ้นที่สวยงาม แต่ลูกค้ากลับติดใจ เพราะเหมือนได้กินขนมครกคำเล็กๆ แต่มีหลายชิ้นในคำเดียว

นอกจากนี้ ขนมครกใบเตยจิ๋วยังมีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม เนื้อสัมผัสด้านบนจะมีความนุ่มหนึบหนับ ส่วนก้นขนมครกจะมีความกรุบกรอบ ทำให้ทานแล้วเพลิน อยากกินแล้วกินอีก สามารถเลือกได้ถึง 3 รสชาติ ได้แก่ รสใบเตย รสนมแมว และรสช็อกโกแลต ที่สำคัญความหอมของขนมยังช่วยกระตุ้นในการรับประทาน และมีส่วนทำให้ขนมครกขายดิบขายดีมากยิ่งขึ้นด้วย

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าที่อยากทานขนมครกร้านซุ่นฮวด จำต้องอดทนรอคิวอยู่พอสมควร เพราะลูกค้าแห่แหนเข้ามามากมาย จนทำให้ทางร้านต้องใช้วิธี “จัดคิว” โดยการให้ลูกค้ามาลงชื่อไว้ที่หน้าร้านเท่านั้น ใครมาก่อน ได้ก่อน แต่หากถึงลำดับคิวแล้ว ลูกค้าไม่อยู่รอ ทางร้านก็จะหยอดแป้งขายให้คิวถัดไปทันที! ไม่มีการทำขนมครกทิ้งไว้ให้เย็นชืด เมื่อลูกค้ามายืนยันคิว ถึงค่อยทำให้เป็นลำดับถัดไป ลูกค้าทุกคนจึงได้ขนมครกร้อนๆ อร่อยๆ กันถ้วนหน้า

 

เราจะไม่ทำขนมครกค้างไว้ให้กับคิวที่ผ่านไปแล้ว เพราะขนมจะหมดความอร่อย อยากให้ลูกค้าได้กินขนมในขณะที่ยังร้อนๆ เพราะจะอร่อยมากกว่า เราพยายามสร้างความประทับใจให้ลูกค้ามากที่สุด เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายในครั้งต่อๆ ไปด้วย” อัจฉราเล่า

 

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของขนมครกร้านนี้ คือ ความเป็นกันเองของสองสามีภรรยา ที่มักจะมีมุกมาหยอกล้อลูกค้าตลอดเวลา เช่น “ช่วยลงชื่อในไอแพดด้วยดินสอให้หน่อยนะครับ” ลูกค้าได้ยินครั้งแรกก็งง แต่เมื่อก้มไปเห็นสมุดลายไทยเล่มหนึ่งวางอยู่พร้อมกับดินสอสำหรับให้ลูกค้าลงคิว จดออเดอร์ ก็อดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้ หรือ “รับผัดไทยมั้ยครับ” ทั้งๆ ที่ร้านไม่ได้ขายผัดไทย ประโยคล้อเล่นต่างๆ เหล่านี้ เป็น “ลูกเล่น” ที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับสองสามีภรรยาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

แม้จะเป็นร้านขนมครกเล็กๆ แต่กลับมีลูกค้ามาต่อคิวซื้อเฉลี่ยมากถึง 120 คิวต่อวัน โดยลูกค้า ต่อรายจะซื้อขนมครกขั้นต่ำประมาณ 2 กล่อง ในราคากล่องละ 40-50 บาท สร้างยอดขายให้กับทั้งคู่ราว 9,600 บาทต่อวัน โดยใช้เวลาขายเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น

 

ด้วยรสชาติของขนมครกที่มัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด บวกกับความเป็นกันเองของสองสามีภรรยา ประกอบกับรถตุ๊กตุ๊กที่นำมาเป็นจุดดึงดูดความสนใจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ขนมครกโบราณ “ซุ่นฮวด” ประสบความสำเร็จในแบบฉบับของตัวเอง เพราะแม้จะไม่ใช่ธุรกิจในระดับเงินล้าน แต่เป็นธุรกิจที่กลั่นจาก “ใจ” และ “มือทั้งสอง” ของสองสามีภรรยา เพียงแค่ดูจากจำนวนคนที่ต่อแถวรคิวขนมครกร้านนี้ ก็นับว่า นิวัติและอัจฉรา หยอด (ขนมครก) จนเป็นเศรษฐีย่อยๆ ก็ว่าได้

 



บทความอื่นๆ

เอ.พี.ฟาร์ม่า

แบงค์กรุงเทพ เตรียมเปิดสาขาใหม่ ในพม่าแล้ว พร้อมให้บริการแบบครบวงจร

บสย. บุกเมืองชล!! จัดสัมมนาช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME พร้อมร่วมเสวนาเรื่องสินเชื่อ

Smart SME EXPO 2015 พีเพิลมีเดีย กรุ๊ป รวมสุดยอดโอกาส SME

กระแสการปั่นจักรยาน สร้างผลดีต่อตลาดสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้านักปั่นในอิตาลี

คู่มือเตรียมความพร้อมทำธุรกิจส่วนตัว (Quit Your Job, Follow Your Dream)

กสิกรไทย จับมือ หอการค้าโอซาก้า พร้อมหนุนธุรกิจ SME ไทย-ญี่ปุ่น

The Smart Chef Challenge 2015 ค้นหาสุดยอดเชฟอาหารไทย 4 ภาค เวทีสำหรับคนชอบแสดงฝีมือปลายจวัก

หอการค้าไทย บุกเมืองจันทบูร จัดสัมมนา SMEs...วิธีทำเงิน ครั้งที่ 15

วิเคราะห์การขนส่ง ลดต้นทุน ขยายผลกำไร