ooiweb.com รับทำเว็บไซต์ ติดต่อ 091-526-5156 เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท ทำเว็บไซต์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ ooiweb.comช่วยคุณได้



แหล่งเงิน...เพื่อเริ่มต้นกิจการ

SME ที่มีธุรกิจอยู่แล้วแต่ต้องการเพิ่มธุรกิจใหม่ หรือ SME ใหม่เอี่ยมที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจที่เป็นของตนเองขึ้นมาเป็นครั้งแรก นอกจากเรื่องของไอเดียธุรกิจที่น่าสนใจ และความสามารถในการตอบสนองความต้องการ

สำหรับการแตกธุรกิจใหม่ออกไปจากเดิม อาจไม่มีปัญหาเรื่องการเงินมากนัก หากตัวธุรกิจเดิมสามารถสร้างกำไรได้และมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับการแบ่งมาใช้สร้างธุรกิจใหม่

 

แต่สำหรับธุรกิจเริ่มใหม่จริงๆ การพิจารณาแหล่งเงินสนับสนุนที่เหมาะสมและเพียงพอ เป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจจะต้องคิดวางแผนในรายละเอียดให้ดี

 

หากจะเรียงลำดับกันแล้ว แหล่งเงินที่จะต้องมาก่อนเพื่อนในการสร้างธุรกิจใหม่ก็คือ เงินส่วนตัวของเจ้าของธุรกิจนั่นเอง!!!

 

การใช้เงินของเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นเงินออม หรือเงินที่สะสมมาจากการงานอาชีพเดิมมาเป็นทุนประเดิมเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ จะมีความสะดวกมากกว่าการที่เจ้าของต้องไปวิ่งหา “เงินของคนอื่น” มาเพื่อสร้างธุรกิจที่จะเป็นของตนเอง

 

อีกวิธีการหนึ่งก็คือ การหา “หุ้นส่วน” ที่จะนำเงินมาร่วมสร้างธุรกิจด้วยกัน แต่ “หุ้นส่วน” ก็จะถือว่ามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตามสัดส่วนของเงินที่จะนำมาลงทุน

 

โดยสรุปแล้ว เงินที่จะนำมาใช้สร้างธุรกิจใหม่ จะมีที่มาได้แตกต่างกันซึ่งจะเกี่ยวข้องกับสัดส่วนความเป็นเจ้าของธุรกิจและภาระผูกพันในระหว่างการสร้างและการดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคต หากใช้เงินของเจ้าของทั้งหมด เจ้าของก็จะคงสภาพเป็นเจ้าของธุรกิจแต่ผู้เดียว 100%

 

หากหาหุ้นส่วนเพื่อออกเงินร่วมกัน ความเป็นเจ้าของของธุรกิจก็จะแบ่งออกไปตามสัดส่วนของเงินของแต่ละหุ้นส่วน หรือสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละราย หรือเป็นอย่างอื่นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาที่ทำไว้ร่วมกัน เช่น หากหุ้นส่วนบางรายนำสินทรัพย์อื่น เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ มาร่วมเป็นหุ้นส่วน ก็จะต้องมีการตีราคาสินทรัพย์นั้นๆ ออกมาเป็นตัวเงินก่อน แล้วจึงค่อยกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของธุรกิจซึ่งกันและกัน

 

หากไปกู้หรือยืมเงินของผู้อื่นมาใช้ในการสร้างธุรกิจ เจ้าของเงินจะมีสภาพเป็น “เจ้าหนี้” ของธุรกิจ โดยไม่มีส่วนในการเป็น “เจ้าของ” ในธุรกิจ แต่ธุรกิจจะต้องมีภาระผูกพัน คือ การหาเงินมาคืนในภายหลัง และการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ตามเงื่อนไขและสัญญากู้ที่ทำต่อกันไว้

 

ในขณะที่ “เงินกู้” จะต้องมีการคืนให้เจ้าหนี้ในภายหลัง เงินที่เจ้าของหรือหุ้นส่วนนำมาเป็นเงินทุนในการสร้างธุรกิจใหม่ จะเก็บไว้ในธุรกิจตลอดไปโดยไม่มีการคืนกลับไปให้เจ้าของหรือหุ้นส่วน เมื่อธุรกิจสามารถสร้าง “กำไร” ขึ้นมาได้ ผลกำไรก็จะเก็บสะสมไว้เข้ากับส่วนเงินทุนเดิม ซึ่งจะถือว่าเป็นเงินใน “ส่วนของเจ้าของ” ที่สามารถจ่ายคืนกลับไปให้กับเจ้าของธุรกิจในรูปแบบที่เรียกว่า การจ่าย “เงินปันผล”

 

ยกตัวอย่างเช่น หากเจ้าของนำเงินจำนวน 1 ล้านบาท มาลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ เมื่อธุรกิจเดินไปได้ใน 1 ปีแรก สามารถทำกำไรได้ 1 แสนบาท ก็แสดงว่า เงินที่เป็นส่วนของเจ้าของเริ่มแรก 1 ล้านบาท จะกลายมาเป็นส่วนของเจ้าของเพิ่มเป็น 1.1 ล้านบาท เป็นต้น

 

ถือได้ว่าธุรกิจเป็นตัวสร้างความมั่งคั่งให้กับเจ้าของเพิ่มขึ้น 10% ต่อปี หากธุรกิจใหม่ ไม่ประสบความสำเร็จ เกิดผลขาดทุนขึ้นมา เงินส่วนของเจ้าของที่นำมาลงทุนก็จะหดหายไปจากผลการขาดทุนของธุรกิจ

 

เจ้าของธุรกิจจึงต้องเป็นผู้รับภาระ “ความเสี่ยง” ในการที่ธุรกิจจะเกิดการขาดทุนหรือได้กำไรไปเต็มๆ ในขณะที่ “เจ้าหนี้” จะไม่ต้องมารับรู้หรือรับภาระความเสี่ยงของธุรกิจ เมื่อถึงเวลาครบกำหนดชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็หวังว่าจะได้รับคืนเงินต้นที่ให้กู้ไป ไม่สนใจว่าธุรกิจที่กู้เงินไปทำนั้นจะได้กำไรหรือขาดทุนหรือไม่

 

จะเห็นได้ว่า การเลือกแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ลงทุนสร้างธุรกิจใหม่นั้น มีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เจ้าของความคิดธุรกิจใหม่จะต้องพิจารณาดูให้รอบคอบตามที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้น เช่น จะยอมเสียสละความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งให้กับหุ้นส่วนที่จะนำเงินหรือสินทรัพย์อื่นมาร่วมทุนกันหรือไม่ หรือจะยอมรับภาระเสียดอกเบี้ยและคืนเงินต้นที่ต้องไปกู้ยืมเงินผู้อื่นมา โดยหวังว่าธุรกิจจะทำกำไรได้ในภายหลังเพียงพอต่อการนำไปชำระค่าดอกเบี้ยและคืนเงินต้นที่นำมาใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

โดยเฉพาะเรื่องของ “ความเสี่ยง” ที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งบางครั้งอาจคาดเดาได้ยากเช่นกันสำหรับธุรกิจที่เพิ่งจะเริ่มต้นใหม่โดยที่เจ้าของธุรกิจอาจยังมีประสบการณ์และความรู้ในธุรกิจนั้นๆ ไม่ดีพอ ในมุมมองของผู้ที่จะให้เงินกับคนอื่นกู้ หากเห็นว่ามี “ความเสี่ยง” ที่จะไม่ได้รับเงินต้นคืนสูง ก็จำเป็นที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงเผื่อไว้ก่อน ซึ่งจะเห็นได้ในวงการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ

 

สำหรับสินเชื่อที่ผู้ขอเป็นเจ้าของธุรกิจใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์หรือยังไม่มีประวัติในการชำระเงินมาก่อน อัตราดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าปกติเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าของธุรกิจที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาแล้ว และมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี

 

กลไกทางการเงินเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากพฤติกรรมในการที่จะลด “ความเสี่ยง” ทางธุรกิจของผู้ให้สินเชื่อ ซึ่งหากเอสเอ็มอีเจ้าของธุรกิจมองเห็นภาพและเข้าใจ ก็อาจนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจแสวงหาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้สร้างธุรกิจใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับวัตถุประสงค์ความต้องการในการสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาได้ดียิ่งขึ้น

 

การไม่สามารถหาแหล่งเงินมาสนับสนุนการสร้างธุรกิจใหม่ได้ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ไอเดียดีๆ ทางธุรกิจ ไม่สามารถเกิดขึ้นและเดินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง หรือต้องยุติลงกลางคัน ไม่ทันได้พิสูจน์ฝีมือของเจ้าของธุรกิจทั้งๆ ที่หากได้เงินทุนเพียงพอ ธุรกิจนั้นๆ ต้องไปได้โลดอย่างแน่นอน

 

 

ทักษะทางการเงินของเจ้าของธุรกิจ SME จึงเป็นอาวุธและปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ที่จะต้องฝึกฝนให้ลึกซึ้งและคมกริบอยู่ตลอดเวลา

 



บทความอื่นๆ