ooiweb.com รับทำเว็บไซต์ ติดต่อ 091-526-5156 เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท ทำเว็บไซต์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ ooiweb.comช่วยคุณได้



ศูนย์วิเคราะห์ฯ TMB แจง ความเชื่อมั่น SMEs เตือน...

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB(TMB Analytics) ถูกบ่มเพาะจาก...

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB (TMB Analytics) ถูกบ่มเพาะจากความตั้งใจของทีมนักวิชาการ TMB เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ไปสู่บุคคลที่มีความสนใจเรื่องราวทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น เศรษฐศาสตร์มหภาค เศรษฐกิจระหว่างประเทศ การวิเคราะห์ภาคอุตสาหกรรม

ตลาดเงิน ตลาดทุน การบริหารความเสี่ยง วิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยนำเสนอบทวิเคราะห์ ครบถ้วน ลึก แต่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ เพื่อให้ได้มาซึ่งบทสรุปและข้อชี้แนะที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อส่วนรวม

 

ฉบับนี้ได้สัมภาษณ์ คุณเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB กับการนำเสนอข้อมูลจากการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม TMB ขึ้นมา

 

๏ ดัชนีความเชื่อมั่น SMEs 3  กลุ่ม

TMB ได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจ SMEs เพราะถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทในเศรษฐกิจสูง มีสัดส่วนในจีดีพีมากพอสมควร จากการสำรวจที่เน้นอยู่ 2 ด้าน ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการกับด้านต้นทุน โดยแบ่งผู้ประกอบการเป็น 3 กลุ่ม คือ ภาคบริการ ภาคการผลิต และภาคการค้า ซึ่งจากผลสำรวจผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองมากกว่าต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคการผลิตกระทบหนักสุด ขณะนี้ภาคบริการ-ท่องเที่ยวความเชื่อมั่นลดลงมากสุด แนะดูแลติดตามสถานะคู่ค้าใกล้ชิด ผลการสำรวจความเห็นธุรกิจเกือบ 500 กิจการ พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาวะปัจจุบันอยู่ที่ 41.1 ทรงตัว จากระดับ 40.9 ช่วงไตรมาส 4ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว

 

๏ ผลการสำรวจปัจจัยความกังวล

พบว่าผู้ประกอบการยกให้การเมืองเป็นปัจจัยที่น่ากังวลที่สุด ร้อยละ 42.4 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.3 ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ทิ้งห่างความกังวลเรื่องเศรษฐกิจในประเทศที่ตามมาห่างๆ เป็นอันดับ 2 ที่ร้อยละ 27.4  ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ประกอบการกังวลเรื่องการเมืองมากกว่าภาวะเศรษฐกิจในประเทศ  นับตั้งแต่ธนาคารสำรวจความเห็นมา 7 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจ SMEs ใน 3 เดือนข้างหน้า ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 54.2 จาก 58.4 ในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน และปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากธุรกิจมองว่าสถานการณ์รายได้อาจจะไม่กระเตื้องขึ้นจากระดับปัจจุบัน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจชะลอการลงทุนและการจ้างงานในระยะต่อไปด้วย

 

๏ คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยง

เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลรักษาการจึงมีข้อจำกัดในการดำเนินนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการลงทุนใหม่หรือสานต่อโครงการเก่า ดังนั้น ความกังวลจะหายไปก็ต่อเมื่อหมดภาวะสุญญากาศทางการเมืองนี้

 

ด้านการรับมือของผู้ประกอบการ SMEs นั้น ธนาคารแนะนำให้มีการดูแลด้านสภาพคล่องอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ เนื่องจากคู่ค้าอาจจะได้รับผลกระทบจนไม่สามารถชำระค่าสินค้าได้ หรือติดต่อคู่ค้า และธนาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลที่ทันสถานการณ์ที่สุดเพี่อการบริหารธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพเพราะปัจจัยการเมืองไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด และจะมีผลกระทบต่อธุรกิจในส่วนใดบ้าง

 

๏ สนับสนุนการส่งออกต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ทางศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB  ยังอยู่ระหว่างทบทวนปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจจากที่ประมาณการไว้ที่ 3.3% การส่งออกเติบโตที่ 4.5% ซึ่งก็คงจะเป็นการปรับลง เนื่องจากยังไม่เห็นปัจจัยบวกอื่นที่จะหนุนเศรษฐกิจได้ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองน่าวิตกกังวลมากขึ้น และหากภาคการส่งออกไม่เป็นไปตามคาดการณ์ก็อาจจะส่งผลต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้นอีก ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจไทยยังโตได้ แต่เป็นการโตอ่อนๆ ต้องยอมรับว่าปัจจัยลบค่อนข้างเยอะ ขณะที่การส่งออกถูกบังคับให้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทบจะตัวเดียว ดังนั้น ในทุกภาคส่วนควรหาทางที่จะสนับสนุนภาคการส่งออกให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ มิฉะนั้นก็จะอาจจะทำให้จีดีพีอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดไว้ลงไปอีก

 

๏ เตือนธุรกิจรายย่อยระวังกระแสเงินสดขาดมือ

มีความเป็นห่วงผู้ประกอบการประสบปัญหาสภาพคล่อง หลังปัญหาทางการเมืองยืดเยื้อและเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แนะผู้ประกอบการหมั่นตรวจสอบกระแสเงินสดของตนเองและภาวะธุรกิจของคู่ค้าเป็นประจำเพื่อปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ ความขัดแย้งทางการเมืองที่นำไปสู่การเดินขบวนและชุมนุมในย่านเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งเป็นระยะเวลานาน ได้ส่งผลให้หลายๆ ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงๆ ไม่ได้ และมีแนวโน้มยืดเยื้อยาวนานข้ามไตรมาสแรก อีกทั้งทิศทางเศรษฐกิจยังดูเหมือน

จะอยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่อง จากการบริโภคและการลงทุนที่อ่อนแอ ทำให้ผู้ประกอบการประสบกับความยากลำบากในการบริหารจัดการธุรกิจมากขึ้น

 

กลุ่มธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ มักจะเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนภาระดอกเบี้ยต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สูง ทำให้ต้องแบกรับภาระการชำระหนี้แม้ในภาวะที่กระแสเงินสดอาจไม่แน่นอน อีกทั้งหากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เวลาในการหมุนเงินสดนานหลายวัน หรือมีช่วงเวลาระหว่างการจ่ายเงินเพื่อการดำเนินงานของธุรกิจจนกระทั่งการรับเงินรายได้ที่นาน ปัญหาทาง

การเมืองที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้วงจรกระแสเงินสดดังกล่าวสะดุดหรือติดขัดในเรื่องการเบิกจ่าย  ทำให้ต้องใช้เวลานานมากขึ้น ซ้ำเติมภาวะธุรกิจที่ไม่แน่นอนอยู่แล้วเข้าไปอีก

 

๏ 4 กลุ่มธุรกิจ ระวังขาดสภาพคล่อง

ธุรกิจผลิตและขายเฟอร์นิเจอร์ เป็นธุรกิจที่มีระยะเวลาการหมุนเงินสดยาวนานอาจถึง 95 วัน รวมถึงมักมีสินค้าคงเหลือในสต็อกสูง อีกทั้งเมื่อประสบกับสถานการณ์การชุมนุม การขนส่งลำเลียงสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็จะเป็นไปได้ยากลำบากขึ้นทำให้เกิดความไม่สะดวก และลูกค้าอาจยกเลิกการตัดสินใจซื้อ ส่งผลกระทบต่อเงินสดที่จะได้รับและความสามารถในการชำระหนี้สิน

 

๏ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

เป็นอีกกลุ่มที่จะต้องเอาใจใส่เรื่องกระแสเงินสดเป็นพิเศษ เพราะเป็นธุรกิจที่มีวงจรหมุนเงินสดช้ามากกว่า 5 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม เพราะจะทำให้ลูกค้ามีการชะลอการซื้อโครงการออกไป

 

๏ ธุรกิจผู้ผลิตเสื้อผ้า

ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ยังพึ่งพายอดขายจากภายในประเทศเป็นหลัก เพราะมีระยะเวลาหมุนเงินสดช้าถึง 103 วัน และมักมีสินค้าค้างสต็อกสูงมากกว่า 3 เดือน ทำให้ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากปัจจัยรุมเร้าต่างๆ เช่นนี้ ผู้ประกอบการอาจประสบปัญหาในการบริหารสภาพคล่องได้

 

๏ ธุรกิจท่องเที่ยว

แม้จะเป็นกลุ่มที่วงจรการหมุนเงินสดไม่จัดว่านานมากนัก แต่เป็นธุรกิจที่มีระดับหนี้และดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับกระแสเงินสดเป็นสัดส่วนที่สูง อีกทั้งผู้ประกอบการยังได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติตระหนกกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ ทำให้มีการยกเลิกห้องพักและการงดใช้บริการของบริษัททัวร์สูงขึ้น โดยผลกระทบหลักๆ นั้น แม้จะอยู่ในพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา ฯลฯ  นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนรายได้จากการท่องเที่ยวที่หายไปได้ทั้งสิ้น

 

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ควรมีการวางแผนปรับตัวเพื่อรับมือสถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะสั้นที่ยังมีการชุมนุมทางการเมืองอยู่ ลูกค้าบางกลุ่มจะหันไปใช้บริการสาขานอกพื้นที่ชุมนุมเพิ่มขึ้น จึงอาจมีความจำเป็นต้องโยกย้ายทรัพยากรและบุคลากรจากย่านที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมไปเพิ่มที่ชานเมืองชั่วคราว เพื่อที่จะลดต้นทุนการเปิดบริการและค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ไม่จำเป็นในย่านชุมนุม

 

หากคาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากประเด็นทางการเมือง ควรมีการประสานงานกับเจ้าหนี้และสถาบันการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจและมีเวลาในการเตรียมตัวหากมีความจำเป็นที่ต้องขอให้ยืดเวลาชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็น ค่าวัตถุดิบ หรือการชำระหนี้ต่างๆ ออกไป ตลอดจนพิจารณาชะลอการลงทุนที่อาจจะกระทบกระแสเงินสดออกไปก่อนและเตรียมวงเงินสภาพคล่องสำรองให้มากขึ้น



บทความอื่นๆ

เอ.พี.ฟาร์ม่า

แบงค์กรุงเทพ เตรียมเปิดสาขาใหม่ ในพม่าแล้ว พร้อมให้บริการแบบครบวงจร

บสย. บุกเมืองชล!! จัดสัมมนาช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME พร้อมร่วมเสวนาเรื่องสินเชื่อ

Smart SME EXPO 2015 พีเพิลมีเดีย กรุ๊ป รวมสุดยอดโอกาส SME

กระแสการปั่นจักรยาน สร้างผลดีต่อตลาดสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้านักปั่นในอิตาลี

คู่มือเตรียมความพร้อมทำธุรกิจส่วนตัว (Quit Your Job, Follow Your Dream)

กสิกรไทย จับมือ หอการค้าโอซาก้า พร้อมหนุนธุรกิจ SME ไทย-ญี่ปุ่น

The Smart Chef Challenge 2015 ค้นหาสุดยอดเชฟอาหารไทย 4 ภาค เวทีสำหรับคนชอบแสดงฝีมือปลายจวัก

หอการค้าไทย บุกเมืองจันทบูร จัดสัมมนา SMEs...วิธีทำเงิน ครั้งที่ 15

วิเคราะห์การขนส่ง ลดต้นทุน ขยายผลกำไร