ooiweb.com รับทำเว็บไซต์ ติดต่อ 091-526-5156 เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท ทำเว็บไซต์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทำประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วไม่มีคนเข้าเว็บ ooiweb.comช่วยคุณได้



“อรรชกา สีบุญเรือง” ECIT พัฒนา SMEs เข้าถึงสื่อโซเชี่ยล...

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันระบบสารสนเทศ เข้ามามีบทบาทกับ SMEs ไทยในภาค อุตสาหกรรมเป็นอย่างมากแต่ว่าผู้ประกอบการ รายเล็กส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในระบบ IT สำหรับภาคการผลิต ซึ่งมีส่วนช่วย ในก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันระบบสารสนเทศเข้ามามีบทบาทกับ SMEs ไทยในภาคอุตสาหกรรม
เป็นอย่างมากแต่ว่าผู้ประกอบการรายเล็กส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในระบบ IT สำหรับภาคการผลิต ซึ่งมีส่วนช่วยในการดำเนินธุรกิจสะดวกมากขึ้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการจัด “โครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ” (Enhancing SMEs Competitiveness Through IT: ECIT) เป็นหนึ่ง
ในนโยบายด้านการ ส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยระบบ IT เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ในการแข่งขัน ซึ่งดำเนินการ มาตั้งแต่ปี 2552

 

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลัก
ด้านการส่งเสริมพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำไอทีมาใช้ในการดำเนินธุรกิจของ SMEs มากขึ้น ทางกรมฯ ได้พยายามผลักดันโดยใช้โครงการ ECIT เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้ความช่วยเหลือ
และสนับสนุน SMEs ได้นำระบบ IT เข้ามาใช้งานในระบบอุตสาหกรรม โดยการอบรมสัมมนา
ให้ความรู้ด้าน IT แก่ผู้ประกอบการ SMEs ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สัมมนา ECIT KICK OFF DAY 2014 โครงการ e-Supply Chain ประจำปี 2557 เป็นต้น

 

ในการอบรมสัมมนาแต่ละครั้งนั้น จะมีผู้เชี่ยวชาญด้าน IT มาให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ อีกทั้งผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการ ECIT ร่วมให้ความรู้และ
แชร์ประสบการณ์ ทั้งการเปลี่ยนแปลงเมื่อนำระบบ IT เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจเป็นต้น ซึ่งโครงการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายที่น้อยมากเมื่อเทียบกับการที่ผู้ประกอบการลงทุนระบบ IT ด้วยตัวเอง แต่ประสิทธิภาพและการจัดการเทียบเท่ากัน และยังสามารถลดต้นทุนได้อีกด้วย

 

๏ SMEs ประหยัดต้นทุน 148 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานของโครงการ ECIT ในปี 2556 ที่ผ่านมา สามารถพัฒนาและส่งเสริมให้ SMEs ไทย ให้ใช้ระบบ IT เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเพิ่มผลิตภาพ และลดต้นทุนของกิจการ พร้อมกับมีการ
พัฒนาบุคลากรด้านการประยุกต์ใช้ IT ในกิจการ โดยมีผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,600 กิจการ และ ผู้ประกอบการ 1,500 คน ใช้งบประมาณจำนวน 35 ล้านบาท ในการดำเนินกิจกรรม ผลปรากฏว่า สามารถช่วยให้ SMEs มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

 

ประเมินผลเป็นจำนวนเงินที่ผู้ประกอบการ SMEsได้จากการประหยัดต้นทุนการนำระบบ IT มาใช้คือ ผู้ประกอบการ SMEs มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีการลงทุนในด้านการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลข
การจำหน่ายที่มากขึ้นตามไปด้วย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 148 ล้านบาท ซึ่งถ้าหากคิด Benefit/Cost Ratio ขั้นต่ำที่ได้จากโครงการนี้ จะเท่ากับ 4.23 นั่นหมายถึง รัฐบาลลงทุนในโครงการนี้ 1 บาท ได้ผลตอบแทนความคุ้มค่า 4.23 บาท ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีกำไร

 

ดร.อรรชกา กล่าวว่า กิจกรรมหลักที่ผ่านมาของ ECIT ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 จะเป็นการพัฒนา
และส่งเสริมให้ SMEs ใช้ระบบ IT ในธุรกิจอุตสาหกรรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

(Cloud Computing) คือรูปแบบการใช้ระบบซอฟต์แวร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีผู้ให้บริการ
ทำหน้าที่เป็น Data Center หรือศูนย์กลางของระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็น
ต้องมีระบบ Server เป็นของตัวเอง เพียงแต่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ก็สามารถใช้ระบบดังกล่าวได้

 

ทั้งนี้ ลักษณะการเสียค่าใช้จ่ายของระบบ Cloud Computing อยู่ในรูป Pay per Use คือใช้ระบบงาน
มากก็จ่ายมาก ใช้น้อยก็จ่ายน้อย ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนในการติดตั้งระบบ IT ที่มี
ค่าใช้จ่ายสูง เช่น ค่าเครือข่ายแม่ (Server) ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ และค่าจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไอที เป็นต้น

 

๏ ตั้งเป้าปี 57 ช่วย SMEs 900 ราย

สำหรับการดำเนินงานโครงการ ECIT ในปีงบประมาณ 2557 ยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
โดยได้รับงบประมาณโดยรวมประมาณ 30 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ใช้ไอทีในกิจการ จำนวน 900 กิจการ และคาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถเพิ่มผลิตภาพไม่น้อยกว่า 5% โดยประเมินผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือ ต้นทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องลดลง

 

คาดว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการSMEs ในการลงทุนด้าน IT เพื่อใช้ในกิจการ ไม่น้อยกว่า
150 ล้านบาท ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ในปี 2557 ยังคงดำเนินงานในลักษณะเดียวกันกับปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มโมเดลเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ใช้ IT โดยจะเน้นส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพของธุรกิจ ผ่าน Cloud Computing และ Social Media

 

กิจกรรมหลักของโครงการในปี 2557 จากเป้าหมายจำนวนผู้ประกอบการ 900 กิจการ จะมุ่งเน้นพัฒนา
และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ใช้ระบบ IT ในธุรกิจอุตสาหกรรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ในระบบ Cloud Computing และ Mobile Application จำนวนผู้ประกอบการ SMEs 250 กิจการ พัฒนาและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ใช้ระบบซอฟต์แวร์เฉพาะด้านในธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งจัดสรรให้ผู้ประกอบการภูมิภาค จำนวน 100 กิจการ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ใช้ Social Media เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการตลาด จำนวน 130 กิจการ ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ใช้ธุรกิจออนไลน์เพื่อเพิ่มผลิตภาพในกิจการ จำนวน 400 กิจการ

 

๏ 4 แนวทางหนุนใช้ IT ครบวงจร

1. มุ่งเน้นซอฟต์แวร์การบริหารงานครบวงจร (ERP: Enterprise Resource Planning) และซอฟต์แวร์
เฉพาะด้านผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ด้วยเทคโนโลยี Cloud Computing รวมถึงการส่งเสริมให้ใช้ Mobile Application ที่ใช้งานง่ายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพของกิจการ นอกจากนี้
ในปีนี้ได้เพิ่มแอพพลิเคชั่นที่เป็น Free Ware ให้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการในกิจการ โดย SMEs ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น การประยุกต์ใช้ระบบงานต่างๆ ที่ Google ให้บริการฟรีอยู่ หรือการใช้ Open Source ของโปรแกรม Office เป็นการช่วยให้ SMEs ลดต้นทุนค่าใช่จ่ายด้าน IT เป็นต้น

 

2. การพัฒนา  SMEsให้มีศักยภาพทางการตลาดผ่าน Social Media เช่น Facebook เป็นต้น

 

3. ส่งเสริม SMEs ให้มีระบบธุรกรรมออนไลน์ โดยมีการพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งาน e-Procurement เพื่อให้ SMEs เชื่อมโยงระบบการจัดซื้อแบบ Real Time ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของ SMEs และช่วยเพิ่มยอดขายและขยายช่องทางการตลาดได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้น
ในการเชื่อมต่อระบบ e-Supply Chain ที่ผ่านมา

 

4. ส่งเสริม SMEs โดยใช้ Green IT ด้วยระบบ Dead Stock Management เพื่อลดต้นทุนในการเก็บ
สต็อกสินค้าและเพิ่มมูลค่าของสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้น

 

แนวทางดังกล่าว สามารถทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันต่อไปได้ ไม่ว่าจะเผชิญกับภาวะ
การค้าที่มีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้น หรือการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยทั้งหมดนี้
มุ่งเป้าไปที่การยกระดับ SMEs ไทยสู่ระดับสากลบนพื้นฐานของการทำงานด้วยระบบ IT

ซึ่ง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ริเริ่มและผลักดัน SMEs ให้ใช้ IT ในกิจการอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับ
มีกิจกรรมการให้องค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ไอทีแก่ SMEs เพื่อกระตุ้นให้มีจำนวนการใช้มากขึ้น

 

๏ Social Media SMEs ไม่ควรมองข้าม

Social Media เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ปัจจุบันสามารถส่งเสริมการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ประกอบการไม่ควรจะมองข้าม จากตัวเลขของผู้ที่ใช้ Social Media ที่เพิ่มขึ้นใน ประเทศไทย คือ ประมาณ 25 ล้านคน ในประเทศใช้งานอินเทอร์เน็ต ประมาณ 93 ล้านเลขหมายใช้งานโทรศัพท์มือถือ ประมาณ 16 ล้านคน ใช้สมาร์ทโฟน และประมาณ 18 ล้านคน ใช้งาน Social Media ซึ่งตัวเลขทั้งหมดมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้คือการนำ Social Media มาบูรณาการและนำไปบริหารจัดการควบคู่กับเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ และพัฒนาสินค้าบริการของธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นๆ

 

การสื่อสารผ่าน Social Media ถือเป็นการสื่อสารที่เข้าถึงมากที่สุด เนื่องจากเปิดโอกาสให้ผู้รับสาร
มีการโต้ตอบมีปฏิสัมพันธ์ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่คุ้นเคยระหว่างกัน SMEs สามารถนำมาใช้
ในการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าได้ และที่สำคัญมีต้นทุนไม่สูงนัก Social Media ยังสามารถสร้าง
ความคุ้นเคยกับตราสินค้าให้ผู้บริโภคได้จดจำ รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง พูดคุยกันได้ ทำให้ทราบความคิดเห็นของผู้บริโภค แต่จุดอ่อนของ Social Media คือ อาจสร้างความรู้สึกอึดอัด
หรือสร้างความรำคาญให้ผู้บริโภคได้ จึงต้องเน้นการสร้างความน่าสนใจ ความชัดเจน ตรงประเด็น การกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมสนองตอบ ติดตามพฤติกรรมการสื่อสารของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดและ
ต่อเนื่อง

 

ดร.อรรชกา ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความสำคัญของการรับสารสนเทศที่มีผลต่อธุรกิจ SMEs ว่า

 

“ระบบ IT สามารถช่วยผู้ประกอบการในหลายด้าน ทั้งด้านบริหารจัดการในเรื่องของ การทำบัญชี การบริหารทรัพยากรบุคคล การซื้อขายสินค้า การจัดการสต็อกสินค้า และการซื้อวัตถุดิบ ซึ่งถ้าหากเรานำระบบ ซอฟต์แวร์ เข้ามาใช้แทนระบบแมนนวล จะเพิ่ม

ประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้ดีมากขึ้น จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่จะนำระบบ IT มาใช้ อีกทั้งยังดีกว่าการลงทุนระบบ IT ด้วยตัวเอง เพราะอาจจะมีต้นทุนที่สูงมาก”

 

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ขอเชิญชวน SMEs เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการ ECIT ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ SMEs เข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นบางกิจกรรมที่ SMEs ต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2202-4515-20 หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th และ www.facebook.com/DIPECIT



บทความอื่นๆ

เอ.พี.ฟาร์ม่า

แบงค์กรุงเทพ เตรียมเปิดสาขาใหม่ ในพม่าแล้ว พร้อมให้บริการแบบครบวงจร

บสย. บุกเมืองชล!! จัดสัมมนาช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME พร้อมร่วมเสวนาเรื่องสินเชื่อ

Smart SME EXPO 2015 พีเพิลมีเดีย กรุ๊ป รวมสุดยอดโอกาส SME

กระแสการปั่นจักรยาน สร้างผลดีต่อตลาดสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้านักปั่นในอิตาลี

คู่มือเตรียมความพร้อมทำธุรกิจส่วนตัว (Quit Your Job, Follow Your Dream)

กสิกรไทย จับมือ หอการค้าโอซาก้า พร้อมหนุนธุรกิจ SME ไทย-ญี่ปุ่น

The Smart Chef Challenge 2015 ค้นหาสุดยอดเชฟอาหารไทย 4 ภาค เวทีสำหรับคนชอบแสดงฝีมือปลายจวัก

หอการค้าไทย บุกเมืองจันทบูร จัดสัมมนา SMEs...วิธีทำเงิน ครั้งที่ 15

วิเคราะห์การขนส่ง ลดต้นทุน ขยายผลกำไร